การแท้งที่สมบูรณ์เป็นอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไร?

abortioncomplete

การแท้งที่สมบูรณ์หมายถึงการที่ร่างกายได้ขับส่วนต่างๆของครรภ์ (เลือด, เนื้อเยื่อ, ตัวอ่อน) ออกไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องมืออีก (เช่น การดูด) ทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าเราแท้งอย่างสมบูรณ์แล้วคือการทำอุลตร้าซาวด์ 10 วันหลังจากใช้ยาแล้ว รวมถึงไม่ควรมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เลือดออกเป็นเวลานาน หรือมีไข้ คุณจะมีเลือดออกต่อไปอีกในระยะเวลาประมาณ 1-3 อาทิตย์

 

ผู้หญิงที่ทำแท้งด้วยยาอย่างสมบูรณ์จะมีเลือดออกทางช่องคลอด จำนวนวันที่ผู้หญิงจะมีเลือดออกแตกต่างไปในแต่ละการศึกษา แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้หญิงจะมีเลือดออกอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์
ผู้หญิงอีกหลายๆคนอาจจะรู้ตัวว่าการแท้งได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว แนะนำว่าควรจะทำอุลตร้าซาวด์เพื่อให้มั่นใจว่าการทำแท้งเสร็จสมบูรณ์แล้วจริงๆ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมักจะสามารถบอกได้ว่าตนเกิดการแท้งอย่างสมบูรณ์หรือไม่โดยไม่ต้องทำอุลตร้าซาวด์ หรือรับการตรวจจากหมอ แต่ผู้หญิงไม่อาจมั่นใจได้อย่างชัดเจนว่าได้แท้งแล้วจริงๆ นอกจากได้ตรวจหรือทำอุลตร้าซาวด์ ซึ่งควรจะทำในระยะ 10 วันหลังจากใช้ยาทำแท้ง เนื่องจากร้อยละ 80 ของการทำแท้งจะสมบูรณ์หลังจาก 5 วันผ่านไป อุลตร้าซาวด์จะทำให้มั่นใจได้ว่าเนื้อเยื่อและส่วนต่างๆของครรภ์ได้ออกจากร่างกายของผู้หญิงไปจนหมดแล้ว

ผู้หญิงที่มีการแท้งอย่างสมบูรณ์ไม่ควรมีอาการของการแท้งไม่สมบูรณ์ เช่น ปวดท้องมาก เลือดออกมากเป็นเวลานาน หรือ มีใข้

 

อาการหลังการใช้ยาทำแท้ง

used

เมื่อกินยาอาร์ยู-486 มักจะไม่มีอาการใดๆแต่ผู้หญิงบางคนอาจจะมีเลือดออกกระปริบกระปรอยหรือคลื่นไส้
หลังจากใช้ cytotec จะมีเลือดออก และปวดท้อง ปกติเลือดจะออกภายในสี่ชั่วโมงแรกของการใช้ยา แต่บางคนก็หลังจากนั้น
สำหรับผู้หญิงบางคน การมีเลือดออก และปวดท้อง รวมถึงอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดหัว มึนงง หรือร้อนวูบวาบ หรืออาการไข้อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานหลังจากใช้ไซโตเทค
การมีเลือดออกมักจะเป็นอาการแรกที่แสดงให้เห็นว่าการแท้งเกิดขึ้นแล้ว(ปากมดลูกเปิด) ถ้าการแท้งดำเนินต่อไป อาการเลือดออก และปวดท้องจะมากขึ้นเรื่อยๆ เลือดมักจะออกมากกว่าการมีเมนส์ตามปกติ และอาจจะเป็นลิ่ม ยิ่งอายุครรภ์นานมากเท่าใด การปวดท้อง และเลือดที่ออกก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไป เมื่อการแท้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เลือดจะออกน้อยลง อาการปวดท้องจะหายไป ช่วงของการแท้งสามารถสังเกตได้จากช่วงที่เลือดออกมาก และ ปวดมากที่สุด
โดยทั่วไป เลือดจะออกในปริมาณไม่มากไปอีกประมาณหนึ่งถึงสามอาทิตย์หลังการแท้ง ระยะเวลานี้อาจแตกต่างกัน เมนส์จะกลับมาเป็นปกติอีกหลังจาก สี่ ถึงหกอาทิตย์

โดยทั่วไปเลือดจะออกมากประมาณ 2-5 ชั่วโมงหลังจากใช้ไซโตเทคและจะน้อยลงภายใน 24 ชั่วโมง อาการปวดท้องมาก และ เลือดออกมาก จะคงอยู่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีเลือดออกมากถึง 48 ชั่วโมง และอาจจะมีก้อนเลือดออกมาหลังจากใช้ยาแล้วเป็นวัน หรือ เป็นสัปดาห์ ซึ่งนี่เป็นอาการปกติ และไม่เป็นอันตราย สัญญาณอันตรายคือ ถ้ามีเลือดออกมากขนาดถึงขนาดเต็มแผ่นผ้าอนามัยแบบปกติ ถึง 2 แผ่นใน 1 ชั่วโมง และเกิดขึ้นติดต่อกัน 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ถ้าไม่ได้มีเลือดออกมากถึงขนาดนี้ โดยทั่วไปร่างกายของเราจะใช้เวลาในการค่อยๆขับสิ่งที่อยู่ในมดลูกออกไป และร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนก็แตกต่างกัน

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเห็นเลือดและเนื้อเยื่อในผ้าอนามัย หรือในโถส้วม ตัวอ่อน (ที่ตัวเล็กจิ๋ว) จะออกมากับเลือดเหล่านี้โดยที่เราอาจสังเกตไม่เห็น อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ที่จะเห็นตัวอ่อน (ที่เล็กจิ๋ว) นี้ได้ ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ถุงน้ำคร่ำเล็กๆ และเนื้อเยื่อรอบๆ อาจจะมองเห็นได้ เช่น ถ้าคุณท้องประมาณห้าหรือหกสัปดาห์ คุณจะสังเกตไม่เห็นอะไรเลย ในช่วงสัปดาห์ที่เก้า คุณอาจจะเห็นถุงน้ำคร่ำเล็กๆ และคุณอาจจะเห็นตัวอ่อนด้วย ในครรภ์ที่มีอายุประมาณ 8-9 สัปดาห์ ตัวอ่อนจะมีขนาดประมาณ 2.5 ซม.
ทางที่ดีที่สุดคือการราดน้ำทิ้งไป หรือห่อในผ้าอนามัยแล้วทิ้งไป

การใช้ยาทำแท้งมักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น อาการปวด รวมถึงการมีเลือดออก เลือดเป็นลิ่ม หรือมีเนื้อเยื่อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ร้อนวูบวาบ หรือเป็นไข้
อาการไข้จะเกิดขึ้นหลังจากใช้ไซโตเทคได้ไม่นาน และ อาจจะดำรงอยู่ในระยะ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น ไข้ที่ต่ำกว่า 100.4 F/ 38 C ถือว่าเป็นอาการข้างเคียงที่ปกติ
อาการแพ้ยาอาจทำให้เกิดลมพิษ (บวมคันที่ผิวหนัง)

 

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเกิดอาการปวดท้อง ในระหว่างที่ทำแท้งด้วยยา โดยเฉพาะหลังจากใช้ cytotec โดยมักจะปวดท้องมากกว่าปวดท้องเมนส์ตามปกติเล็กน้อย สามารถกินยาแก้ปวดได้ เช่น paracetamol
ผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือ ท้องเสีย  อาการข้างเคียงเหล่านี้มักจะหายไปเองและไม่จำเป็นต้องรักษา  อาการปวดหัว มึนงงน้อยๆ อาการไข้ และ ร้อนวูบวาบ ก็จะหายไปเอง

 

ท้องไม่พร้อม กลุ้มใจ ช่วยที

women1

ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์และประจำเดือนไม่มา มีอาการคลื่นใส้ คัดหน้าอก หรืออ่อนเพลียล้วนเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ การทำอุลตร้าซาวด์ หรือการตรวจการตั้งครรภ์เป็นวิธีที่จะรู้ได้ว่าเราท้องหรือไม่
คุณสามารถเริ่มการตรวจการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เมนส์ไม่มาและวันต่อๆมา ก่อนหน้าวันที่ประจำเดือนขาด ระดับของฮอร์โมนที่ถูกผลิตเนื่องจากการตั้งครรภ์จะต่ำเกินกว่าที่จะแสดงผลในการตรวจสอบและคุณอาจจะได้รับ “ผลที่ผิดพลาด”
การทำอุลตร้าซาวด์ แพทย์จะสามารถบอกอายุครรภ์ได้อย่างชัดเจน
ผู้หญิงยังสามารถคำนวณอายุครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยจะต้องรู้ว่าเมนส์ครั้งสุดท้ายของตนเองมาวันแรกเมื่อไหร่ ให้นับวันนั้นเป็นวันแรกจนมาถึงปัจจุบัน

คุณสามารถใช้ยาทำแท้งอย่างปลอดภัยจนถึงอายุครรภ์ 9 สัปดาห์

การทำแท้งด้วยยาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก (บางครั้งก็กำหนดว่าอายุครรภ์ต้องไม่เกินเจ็ดสัปดาห์ ในขณะที่บางทีกำหนดว่าไม่เกินเก้าสัปดาห์) ในปัจจุบันนี้ยอมรับว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพภายในช่วงสามเดือนแรก (12 สัปดาห์) และสามารถใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จในช่วงอายุครรภ์ไม่เกินหกเดือน

การใช้ยา RU-486 และ cytotec ร่วมกันมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ สามารถเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงในการทำแท้งในช่วง 9-13 สัปดาห์ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพนอกเหนือจากการทำแท้งโดยใช้เครื่องมือแพทย์

การทำแท้งในช่วง 9 สัปดาห์แรก สถานพยาบาลเบื้องต้นสามารถจ่ายยาให้คนไข้ได้ และ ผู้หญิงสามารถใช้ยานี้ที่บ้านหรือในสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การทำแท้งด้วยยาหลัง 9 สัปดาห์ถึง 6 เดือนสามารถทำได้ในสถานพยาบาลหรือ โรงพยาบาลเนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ถ้าคุณตั้งครรภ์เกินกว่า 9 สัปดาห์ และยังคงจะใช้ยาเพื่อทำแท้ง ยาก็ยังจะทำงาน และนำไปสู่การแท้ง แต่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น และทำให้คุณมีโอกาสต้องไปพบแพทย์มากขึ้นในภายหลัง หลังได้รับยาอาการที่เกิดขึ้นจะเหมือนการแท้งโดยธรรมชาติ ถ้าคุณต้องการการดูแลโดยแพทย์ฉุกเฉิน คุณควรที่จะบอกหมอว่าคุณแท้งเองโดยธรรมชาติ เพราะผู้หญิงจะมีความผิดในกรณีที่ทำแท้ง อาการและการรักษาจะเหมือนกันทุกประการ
คุณจะเสียเลือด และ มีเนื้อเยื่อออกมาจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวอ่อน (ซึ่งขนาดจะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์)  การทำแท้งด้วยยาถือว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่าวิธีการที่เป็นอันตรายอื่น ๆ เช่น ใช้ของมีคมใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ การกลืนกินสารเคมีอันตราย  หรือการต่อยท้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นอันตรายที่ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง !

ระยะเวลาการตั้งครรภ์ อัตราของผู้หญิงที่จำเป็นต้องรับการดูแลจากแพทย์ต่อ
0- 49 วัน (0-7 สัปดาห์) 2 %
40-63 วัน (7-9 สัปดาห์) 2.5%
64-70 วัน (9-10 สัปดาห์) 2.7%
71-77 วัน(10-11 สัปดาห์) 3.3%
77-84 วัน (11-12 สัปดาห์) 5.1%
85-91 วัน (12-13 สัปดาห์) 8%

คุณไม่ควรใช้ยาทำแท้งเมื่อ

– มีคนบังคับคุณให้ยุติการตั้งครรภ์
– วันแรกของการมีเมนส์ครั้งสุดท้าย นับถึงปัจจุบัน นานกว่า 9 สัปดาห์
– แพ้ยาไมเฟพริสโตน, ไมโซพรอสทอล หรือ โพรสตาแกลนดิน
– มีโรคดังต่อไปนี้ : ภาวะเลือดออกผิดปกติ, โลหิตจางแบบรุนแรง หอบหืดอย่างรุนแรง
– ใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งจะต้องถอดออกก่อนใช้ยานี้
– ตั้งครรภ์นอกมดลูก
– คุณไม่สามารถไปถึงโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
– คุณอยู่คนเดียว, คุณควรจะขอให้ เพื่อน หรือคนที่คุณไว้ใจอยู่ด้วยกันกับคุณเมื่อคุณใช้ยานี้

 

ขอแนะนำให้อยู่กับคนที่ไว้ใจในขณะที่คุณใช้ยา อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเลือกที่จะอยู่คนเดียวในขณะที่ใช้ยาเพื่อทำแท้ง  ควรให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใกล้โทรศัพท์ หรือสามารถติดต่อหมอได้ แต่จะดีกว่าถ้ามีคนที่ไว้ใจได้อยู่ด้วยในระหว่างที่ทำ ถ้าเกิดรู้สึกผิดปกติขึ้นมาอย่างรุนแรง ( เช่น การปวดท้องมากเป็นเวลานาน, เลือดออกมาก, ไข้, คลื่นใส้, อาเจียน, ท้องเสีย)

การตั้งครรภ์นอกมดลูกคือการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนอกบริเวณมดลูก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นสามารถทำให้ท่อนำไข่แตกได้ ซึ่งจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
การทำอุลตร้าซาวด์จะช่วยวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าคุณใช้RU-486 และ cytotec เพื่อยุติการตั้งครรภ์โดยไมได้ทำอุลตร้าซาวด์ก่อน ก็มีโอกาสที่คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกโดยไม่รู้ตัวได้ ถ้าคุณไม่มีเลือดหรือเนื้อเยื่อออกมาหลังจากใช้ไซโตเทค อาจจะหมายถึงว่าคุณตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้ ถ้าคุณรู้สึกปวดท้องหรือหลังอย่างมากขึ้นมาทันที ถ้าคุณรู้สึกว่าอาจจะเป็นลมหรือเกิดเป็นลม  คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกและท่อนำไข่ได้เกิดการแตกออก คุณควรจะไปโรงพยาบาลในทันที

ยาทำแท้ง นวัตกรรมใหม่ที่สะดวกและปลอดภัย

ru486 (1)

การทำแท้งด้วยยาคือการใช้ยาหนึ่งชนิด หรือ หลายชนิดร่วมกันเพื่อทำให้การตั้งครรภ์ยุติลงในระยะเริ่มต้นจนถึง 9 สัปดาห์
การใช้ยาทำแท้งที่ปลอดภัยที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุดควรเป็นการใช้ยาร่วมกันสองชนิด ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Ru-486 (อาร์ยู-486)และ
cytotec(ไซโตเทค)ซึ่งจะกระตุ้นให้ครรภ์ถูกขับออกจากมดลูก

อาร์ยู-486จะขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งจำเป็นต่อการตั้งครรภ์ โดยไข่ที่ได้รับการปฎิสนธิแล้วจะไม่สามารถฝังตัวอยู่กับผนังมดลูกได้หากขาดฮอร์โมนนี้ และทำให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ส่วนยาไซโตเทค เพิ่มแรงบีบตัวของมดลูก และช่วยในการขับเนื้อเยื่อออกจากมดลูก

RU-486 และ Cytotec ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และได้รับการยอมรับสำหรับการทำแท้งในช่วงสามเดือนแรก ผลของการทำแท้งด้วยวิธีนี้คือทำให้ปวดท้อง และมีเลือดออก ผลข้างเคียงที่พบได้เป็นประจำยังรวมไปถึง การคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย ผลการวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าการทำแท้งด้วยการใช้ยาเองที่บ้านมีความปลอดภัย ตราบเท่าที่ผู้หญิงอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือบริการฉุกเฉินอื่นๆ

คุณสามารถใช้ยาอาร์ยู-486และ ไซโตเทคเองได้ การใช้ยาทั้งสองตัวนี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน การทำแท้งด้วยยาไม่จำเป็นต้องทำที่โรงพยาบาล หรือคลีนิค ความเสี่ยงในการทำแท้งด้วยยาเทียบเท่ากับความเสี่ยงของการแท้งโดยธรรมชาติ  การแท้งโดยธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล แต่มักจะเกิดขึ้นที่บ้าน ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นควรจะทำอย่างไร โดยพวกเธอจะไปโรงพยาบาลในกรณีที่เกิดการตกเลือดอย่างรุนแรง หรือมีไข้ การทำแท้งด้วยยาทำให้เกิดการแท้งเหมือนกับการแท้งโดยธรรมชาติ คุณสามารถใช้ยานี้ได้ด้วยตัวคุณเองที่บ้าน ตราบที่อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ และสามารถไปถึงสถานพยาบาลได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง

การทำแท้งด้วยยาในระยะ 9 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์มีความเสี่ยงน้อยมากต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ความเสี่ยงนี้เทียบเท่ากับผู้หญิงแท้งเองโดยธรรมชาติ หากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นเนื่องมาจากการใช้ยาทำแท้งก็เป็นสิ่งที่แพทย์จะให้การดูแลรักษาได้ง่าย ในผู้หญิงทุกๆ 100 คนที่ทำแท้งโดยการใช้ยา จะมีผู้หญิงประมาณ 2-3 คนที่ต้องไปพบแพทย์ หรือ ไปสถานพยาบาล  ในประเทศที่การคลอดบุตรมีความปลอดภัยสูง อัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงระหว่างการคลอดบุตรอยู่ที่ 1 คนในผู้หญิงทุก ๆ 10,000 คน ขณะที่ผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งเองมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่า 1 ใน 100,000 คน ซึ่งทำให้การทำแท้งด้วยยาปลอดภัยกว่าการคลอดบุตรและปลอดภัยเทียบเท่ากับการแท้งเองโดยธรรมชาติ

การทำแท้งด้วยยาโดยการใช้RU-486 และ cytotec ใช้กันโดยทั่วไปในประเทศแถบยุโรป ในประเทศฝรั่งเศสเพียงประเทศเดียว ก็พบว่ามีการทำแท้งด้วยยาอาร์ยู-486 และ ไซโตเทคไปแล้วประมาณหนึ่งล้านครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากการทำแท้งด้วยยา

จนถึงเดือนมกราคม พ.ศ.2552 พบว่ามีผู้หญิงอเมริกันราวหนึ่งล้านคน และ ผู้หญิงมากกว่าสองล้านคนในยุโรปได้ใช้ยาทำแท้ง ในการทำแท้งด้วยตนเอง

การศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าอัตราความสำเร็จในการทำแท้งด้วยยาไซโตเทค อยู่ที่ ร้อยละ 77 ถึง ร้อยละ 88 สำหรับการตั้งครรภ์จนถึงระยะสัปดาห์ที่ 11 (77 วัน) การใช้ยาRU-486 และ cytotec ร่วมกันจะทำให้เกิดการแท้งได้ประมาณร้อยละ 96 – 99

 

บริการจัดหายาทำแท้งที่ปลอดภัย

women

 

บริการจัดหายาทำแท้งที่ปลอดภัย

การใช้ยาทำแท้งที่ปลอดภัยจำเป็นต่อการปกป้องชีวิตและสุขภาพของผู้หญิง ในกรณีที่ผู้หญิงจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การช่วยเหลือในการทำแท้งนี้ถือหลักการตัดสินใจของผู้หญิงในร่างกายของตนเองอย่างมีสติ โดยได้รับข้อมูลรอบด้าน

การทำแท้งเป็นบริการทางการแพทย์ที่ทำกันทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกแสดงให้เห็นว่า ในแต่ละปีมีผู้หญิงทำแท้งถึง 60 ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวนานับประการ กระนั้นก็ตามยังมีผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัย และถูกบังคับโดยทางอ้อมให้ต้องเสี่ยงชีวิตและสุขภาพของตนเอง พวกเธอพยายามที่จะทำแท้งด้วยตนเองโดยใช้วัสดุแปลกปลอมต่างๆ ยังมีผู้หญิงอีกมากมายไปรับบริการจากผู้ที่ไม่มีความรู้ความชำนาญ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง บริการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงได้มีทางเลือกที่ปลอดภัย โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยด้วยการใช้ยา

วิธีใช้ยาทำแท้ง

ขายยาทำแท้ง ยาสอด ยาเหน็บ ไซโตเทค ยาขับประจำเดือน ยาขับเลือด โดยแพทย์หญิงศุภวรรณ โทร.061-6248610

ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำการทำแท้งด้วยตัวเองที่สะดวกและปลอดภัย เราพร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดทั้งก่อนทำและหลังทำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับประกันผลมากกว่า95%

อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ใช้ยาทำแท้ง 2 ชนิดร่วมกัน (อาร์ยู486 และ ไซโตเทค)

วิธีที่ 1 โดยการอม (ใช้ RU-486 1 เม็ด + cytotec 6 เม็ด)

1. กินยาRU-486 1 เม็ด (Mifepristone 200mg) ยานี้จะไปขวางกั้นประสิทธิภาพของโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนที่จำเป็นในการตั้งครรภ์

2. อีก 24 ชั่วโมงต่อมา อม cytoec (Misoprostol)  4 เม็ดใต้ลิ้น และทิ้งไว้อย่างนั้นอย่างน้อย 30 นาที จนกว่ายาจะละลายไปจนหมด ในระหว่างนี้ คุณสามารถกลืนน้ำลายได้ และหลังจาก 30 นาทีไปแล้ว คุณสามารถกลืนส่วนที่เหลือของยาลงไป

3. 4 ชั่วโมงหลังจากใช้ไซโตเทคโดสแรกไปแล้ว อมไซโตเทค อีก 2เม็ดใต้ลิ้นให้ครบ 30 นาที ก่อนกลืนยา

 

วิธีที่ 2 โดยการสอด (ใช้ RU-486 1 เม็ด + cytotec 4 เม็ด )

1. กินยา RU-486 (Mifepristone 200mg) 1 เม็ด

2. อีก 24 ชั่วโมงต่อมา สอด cytotec (Misoprostol)  2 เม็ดทางช่องคลอด โดยสอดยาให้ลึกที่สุด ดันเม็ดยาให้แน่น ตำแหน่งของยาอยู่ใต้ปากมดลูก

3. อีก 12 ชั่วโมง สอดยาไซโตเทคอีก 2 เม็ด

 

cytotec2-1-624x468

 

อายุครร์เกิน 9 สัปดาห์

ใช้ยาสอดทำแท้งไซโตเทค (ไม่ใช้อาร์ยู486) โดยสอดยาทางช่องคลอดครั้งละ 2 เม็ด ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง

ท้อง 3 เดือน ใช้ยาสอด 6 เม็ด

ท้อง 4 เดือน ใช้ยาสอด 8 เม็ด

ท้อง 5 เดือน ใช้ยาสอด 10 เม็ด

ท้อง 6 เดือน ใช้ยาสอด 12 เม็ด

 

สนใจสั่งซื้อโทร.061-6248610

คุุณจะได้รับยาทำแท้งที่ปลอดภัยเพื่อยุติการตั้งครรภ์ส่งถึงบ้าน ทีมแพทย์พร้อมและยินดีให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวขณะใช้ยา และภายหลังการแท้ง

 

ในกรณีท้องไม่เกิน 9 สัปดาห์

24 ชั่วโมงหลังจากกินอาร์ยู486ไปแล้ว การใช้ไซโตเทคทำได้ถึง 3 วิธีคือ อมใต้ลิ้น เหน็บช่องคลอด หรืออมไว้ที่กระพุ้งแก้ม วิธีการเหล่านี้มีผลดีเท่าเทียมกัน แต่ต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น อย่าเปลี่ยนวิธี

แนะนำว่าคุณควรจะใช้วิธีอมใต้ลิ้นดีที่สุด เพราะการอมใต้ลิ้นจะทำให้ไม่เหลือเศษยาไว้เป็นหลักฐานถ้าจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลในภายหลัง การตรวจเลือดก็ไม่สามารถตรวจพบได้ว่าได้ใช้ยาทำแท้ง ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานที่จะบอกได้ว่าคุณพยายามทำแท้งด้วยตนเองมา

ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณพยายามทำแท้งมา บอกไปเลยว่าอยู่ดีๆ เกิดแท้งขึ้นมาเอง (แท้งโดยธรรมชาติ) หมอจะไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้เลย และการรักษาก็ใช้วิธีเดียวกัน การรักษาที่ใช้คือการขูดมดลูก ซึ่งหมอจะนำเอาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในมดลูกออกไป ซึ่งการรักษาคนที่เกิดอาการแท้งนั้น หมอจะรับรักษาในทุกกรณีอยู่แล้ว

 

ประสิทธิภาพของการอมใต้ลิ้น และ การอมไว้ที่กระพุ้งแก้มอยู่ที่ 95% ประสิทธิภาพของการเหน็บยาจะอยู่ที่ 93% ถ้าใช้การอมใต้ลิ้นหรือกระพุ้งแก้มอาจมีอาการคลื่นใส้อาเจียนประมาณ 70% และถ้าใช้วิธีเหน็บจะมีอาการคลื่นใส้อาเจียนน้อยกว่าคือ 62%

ถ้าคุณอยากใช้แบบเหน็บช่องคลอด ควรจะดันยาไซโตเทคเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งถึงที่ใต้ปากมดลูก

ถ้า, ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม หลังจากคุณได้กินRU-486ไปแล้วและตัดสินใจว่าคุณจะไม่ใช้ cytotec ตามสูตรยาเพื่อทำแท้ง อาจจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้

คุณอาจจะแท้งอย่างสมบูรณ์แม้ว่าไม่ได้ใช้ไซโตเทคก็ตาม
คุณอาจจะเกิดการแท้งค้าง ซึ่งหมายถึงว่าตัวอ่อนไม่เติบโตต่อไปแล้ว แต่ส่วนอื่นๆ ของครรภ์ เช่น เลือด เนื้อเยื่อ ไม่ได้ออกจากร่างกายของคุณ ซึ่งจะต้องรักษาโดยใช้วิธีการดูดเพื่อนำส่วนเหล่านี้ออกมา
การตั้งครรภ์ของคุณอาจจะดำรงอยู่ต่อไป ถ้าคุณตัดสินใจว่าคุณต้องการจะยังตั้งครรภ์ต่อในตอนนั้น มีความเป็นไปได้น้อยมากที่อาร์ยู-486จะทำให้เกิดการเติบโตของตัวอ่อนอย่างผิดปกติ

คุณไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณสามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำต่างๆได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้จากการใช้ไซโตเทค จึงควรจะกินแต่น้อย

การสั่งซื้อยาทำแท้ง

operator

 

abortionthai มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนได้รับข้อมูลและสนับสนุนการเข้าถึงบริการการทำแท้งด้วยยาอย่างปลอดภัยโดยไม่แสวงหาผลกำไร เงินจากการจำหน่ายยาจะถูกใช้เพื่อให้รองรับค่าใช้จ่ายต่างๆและทำให้เวบไซต์สามารถดำเนินอยู่ได้

– โทร 061-6248610 เพื่อรับคำปรึกษาและหมายเลขบัญชีจากเรา

– โอนเงินเข้าบัญชี พร้อมทั้งแจ้งชื่อ ที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่ง

– รับตัวยาภายใน 2-3 วัน (จัดส่ง EMS)

 

 

sitemap

Posts

Pages

Plugin by dagondesign.com