การพิจารณาว่าควรทำแท้งหรือไม่

การทำแท้งคือกระบวนการที่ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

โดยมีทั้งการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ หรือการทำแท้งด้วยการผ่าตัด การตัดสินใจทำแท้งขึ้นอยู่กับอายุของครรภ์ ซึ่งผู้หญิงที่ประสงค์จะทำแท้งส่วนใหญ่มักสามารถเลือกวิธีการจากที่กล่าวไปข้างต้นได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางกรณี ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพก็อาจเป็นผู้ตัดสินใจให้มีการทำแท้งขึ้น

การทำแท้งแตกต่างจากการแท้งบุตรเองตามธรรมชาติ (หรืออุบัติเหตุ) ที่ซึ่งเป็นการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่มีการแทรกแซงโดยตรงจากกระบวนการทางการแพทย์ใด ๆ

ทำไมจึงมีการพิจารณาให้ทำแท้ง?

  • สาเหตุที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจทำแท้งนั้นมีอยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น:
  • เนื่องจากเหตุผลส่วนบุคคล (ทั้งเหตุผลการเป็นอยู่ของคุณหรือบุตรที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือของทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ)
  • เนื่องจากการตั้งครรภ์ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพของคุณ
  • เนื่องจากทารกในครรภ์มีความเสี่ยงเกิดความผิดปรกติที่ร้ายแรงสูง

ควรทำแท้งเมื่อไร?

กฎหมายการอนุญาตให้ทำแท้งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ซึ่งสำหรับประเทศไทย การทำแท้งโดยไม่มีเหตุผลทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของมารดาหรือลูกในครรภ์ หรือไม่ใช่การตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากคุณอยู่ในเกณฑ์ข้อยกเว้นเหล่านี้และต้องการทำแท้งจริง ๆ ควรทำก่อนที่อายุครรภ์จะมีมากกว่า 20 สัปดาห์ แต่กระนั้น การทำแท้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด (เกือบ 98% ซึ่งเป็นข้อมูลจากประเทศสก็อตแลนด์)  มักเกิดขึ้นกับอายุครรภ์ก่อน 20 สัปดาห์

การทำแท้งในช่วงที่อายุครรภ์ยังน้อยจะทำให้กระบวนการง่ายดายและปลอดภัยขึ้นมาก แต่กระนั้นทางผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องทำการพินิจพิจารณาทางเลือกให้ถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจเสียก่อนเพื่อจะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

สำหรับวิธีการนับอายุครรภ์นั้นคือการนับจากวันที่คุณมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ไม่มั่นใจในวันดังกล่าวอยู่ดี ทำให้มีการใช้เทคนิคอัลตราซาวด์เข้ามาตรวจอายุของครรภ์แทน

ทางเลือกของบุคคล

การเลือกตัวเลือกทำแท้งนั้นไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย ก่อนการตัดสินใจ คุณต้องทำการปรึกษาสถานการณ์กับผู้ดูแลด้านสุขภาพ สมาชิกในครอบครัว และคู่สมรสของคุณก่อน (หากมี)

ตัวคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะทำแท้งหรือไม่ และคุณต้องมั่นใจว่าตนเองจะไม่หวนกลับมาเสียใจกับการตัดสินใจของตน

หากคุณเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี คุณสามารถทำแท้งได้โดยไม่ต้องผ่านการยินยอมจากผู้ปกครอง ตราบใดที่แพทย์มีความเห็นว่าการทำแท้งนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อตัวคุณ

แต่กระนั้น ทางแพทย์ก็มองว่าคุณควรไปปรึกษาผู้ปกครองก่อนทำการตัดสินใจใด ๆ ก่อนจะดีที่สุด แต่หากคุณยังยืนกรานต้องการทำแท้ง คุณก็มีสิทธิ์ที่จะทำโดยที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับโดยไม่เกี่ยวข้องอายุของคุณ

ผู้หญิงมักมีการตอบสนองทางอารมณ์ในการทำแท้งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมีความรู้สึกปนเปหลายอย่างได้ หากคุณมีปัญหากับการจัดการความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนี้ คุณควรทำการปรึกษาศูนย์บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำแท้งก่อนการตัดสินใจ

Please follow and like us:

ขายยาทำแท้ง ยาสอด เพื่อยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

abortionthai เป็นชุมชนของผู้หญิงที่เคยทำแท้ง ต้องการทำแท้ง และ สังคม ซึ่งสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง
abortionthai เป็นหน่วยงานประจำประเทศไทยของ women on web ซึ่งช่วยเหลือผู้หญิงในหลายประเทศทั่วโลกที่จำเป็นต้องทำแท้ง อย่าลังเลที่จะติดต่อเราที่ 061-6248610

เราจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือคุณ และ คุณสามารถเชื่อถือเราได้ !

เราสนับสนุนการเข้าถึงบริการทำแท้งด้วยยาที่ปลอดภัยเพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของผู้หญิง

งานวิจัยของ the British Journal of Obstetrics and Gynaecology (BJOG) สิงหาคม 2551, พบว่า ร้อยละ 6.8 ของผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งด้วยตนเองจำเป็นต้องได้รับการขูดมดลูกซ้ำโดยแพทย์ ซึ่งเป็นอัตราที่เท่ากันกับการทำแท้งโดยแพทย์โดยแพทย์ที่ทำในโรงพยาบาล ดังนั้นการใช้ยาทำแท้งด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับได้และปลอดภัยสำหรับผู้หญิงในประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย

ยาสอดทำแท้งไซโตเทค(cytotec) U.S.A.ราคาเม็ดละ500บาท

cytotec2-1-624x468

ยาสอดทำแท้งไซโตล็อค (cytolog) ราคาเม็ดละ500บาท

cytolog2-1-768x576

ยาทำแท้งแบบกิน RU-486 ราคาเม็ดละ 1,200 บาท

ru2-1-768x576

วิธีใช้ยาทำแท้งสำหรับอายุครรภ์ต่างๆ

ท้อง 1-2 เดือน ทำแท้ง (หรือไม่เกิน 9 สัปดาห์)

ท้อง 2-3 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 6 เม็ด

ท้อง 3-4 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 8 เม็ด

ท้อง 4-5 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 10 เม็ด

ท้อง 5-6 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 12 เม็ด

วิธีการสั่งซื้อยา

– โทรสอบถามและรับคำแนะนำในการใช้ยา ได้ที่ 061-6248610

– โอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าแล้วแจ้งยอดการโอน

– จัดส่งสินค้าด้วยระบบไปรษณีย์ ems

คลิกเพิ่มเพื่อน ID : thaitamtank

ยายุติการตั้งครรภ์มีความปลอดภัยสูง เราติดตามผลการใช้ยาและพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชียวชาญ

Please follow and like us:

ท้องไม่พร้อม กลุ้มใจ ช่วยที

women1

ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์และประจำเดือนไม่มา มีอาการคลื่นใส้ คัดหน้าอก หรืออ่อนเพลียล้วนเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ การทำอุลตร้าซาวด์ หรือการตรวจการตั้งครรภ์เป็นวิธีที่จะรู้ได้ว่าเราท้องหรือไม่
คุณสามารถเริ่มการตรวจการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เมนส์ไม่มาและวันต่อๆมา ก่อนหน้าวันที่ประจำเดือนขาด ระดับของฮอร์โมนที่ถูกผลิตเนื่องจากการตั้งครรภ์จะต่ำเกินกว่าที่จะแสดงผลในการตรวจสอบและคุณอาจจะได้รับ “ผลที่ผิดพลาด”
การทำอุลตร้าซาวด์ แพทย์จะสามารถบอกอายุครรภ์ได้อย่างชัดเจน
ผู้หญิงยังสามารถคำนวณอายุครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยจะต้องรู้ว่าเมนส์ครั้งสุดท้ายของตนเองมาวันแรกเมื่อไหร่ ให้นับวันนั้นเป็นวันแรกจนมาถึงปัจจุบัน

คุณสามารถใช้ยาทำแท้งอย่างปลอดภัยจนถึงอายุครรภ์ 9 สัปดาห์

การทำแท้งด้วยยาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก (บางครั้งก็กำหนดว่าอายุครรภ์ต้องไม่เกินเจ็ดสัปดาห์ ในขณะที่บางทีกำหนดว่าไม่เกินเก้าสัปดาห์) ในปัจจุบันนี้ยอมรับว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพภายในช่วงสามเดือนแรก (12 สัปดาห์) และสามารถใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จในช่วงอายุครรภ์ไม่เกินหกเดือน

การใช้ยา RU-486 และ cytotec ร่วมกันมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ สามารถเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงในการทำแท้งในช่วง 9-13 สัปดาห์ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพนอกเหนือจากการทำแท้งโดยใช้เครื่องมือแพทย์

การทำแท้งในช่วง 9 สัปดาห์แรก สถานพยาบาลเบื้องต้นสามารถจ่ายยาให้คนไข้ได้ และ ผู้หญิงสามารถใช้ยานี้ที่บ้านหรือในสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การทำแท้งด้วยยาหลัง 9 สัปดาห์ถึง 6 เดือนสามารถทำได้ในสถานพยาบาลหรือ โรงพยาบาลเนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ถ้าคุณตั้งครรภ์เกินกว่า 9 สัปดาห์ และยังคงจะใช้ยาเพื่อทำแท้ง ยาก็ยังจะทำงาน และนำไปสู่การแท้ง แต่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น และทำให้คุณมีโอกาสต้องไปพบแพทย์มากขึ้นในภายหลัง หลังได้รับยาอาการที่เกิดขึ้นจะเหมือนการแท้งโดยธรรมชาติ ถ้าคุณต้องการการดูแลโดยแพทย์ฉุกเฉิน คุณควรที่จะบอกหมอว่าคุณแท้งเองโดยธรรมชาติ เพราะผู้หญิงจะมีความผิดในกรณีที่ทำแท้ง อาการและการรักษาจะเหมือนกันทุกประการ
คุณจะเสียเลือด และ มีเนื้อเยื่อออกมาจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวอ่อน (ซึ่งขนาดจะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์)  การทำแท้งด้วยยาถือว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่าวิธีการที่เป็นอันตรายอื่น ๆ เช่น ใช้ของมีคมใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ การกลืนกินสารเคมีอันตราย  หรือการต่อยท้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นอันตรายที่ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง !

ระยะเวลาการตั้งครรภ์ อัตราของผู้หญิงที่จำเป็นต้องรับการดูแลจากแพทย์ต่อ
0- 49 วัน (0-7 สัปดาห์) 2 %
40-63 วัน (7-9 สัปดาห์) 2.5%
64-70 วัน (9-10 สัปดาห์) 2.7%
71-77 วัน(10-11 สัปดาห์) 3.3%
77-84 วัน (11-12 สัปดาห์) 5.1%
85-91 วัน (12-13 สัปดาห์) 8%

คุณไม่ควรใช้ยาทำแท้งเมื่อ

– มีคนบังคับคุณให้ยุติการตั้งครรภ์
– วันแรกของการมีเมนส์ครั้งสุดท้าย นับถึงปัจจุบัน นานกว่า 9 สัปดาห์
– แพ้ยาไมเฟพริสโตน, ไมโซพรอสทอล หรือ โพรสตาแกลนดิน
– มีโรคดังต่อไปนี้ : ภาวะเลือดออกผิดปกติ, โลหิตจางแบบรุนแรง หอบหืดอย่างรุนแรง
– ใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งจะต้องถอดออกก่อนใช้ยานี้
– ตั้งครรภ์นอกมดลูก
– คุณไม่สามารถไปถึงโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
– คุณอยู่คนเดียว, คุณควรจะขอให้ เพื่อน หรือคนที่คุณไว้ใจอยู่ด้วยกันกับคุณเมื่อคุณใช้ยานี้

 

ขอแนะนำให้อยู่กับคนที่ไว้ใจในขณะที่คุณใช้ยา อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเลือกที่จะอยู่คนเดียวในขณะที่ใช้ยาเพื่อทำแท้ง  ควรให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใกล้โทรศัพท์ หรือสามารถติดต่อหมอได้ แต่จะดีกว่าถ้ามีคนที่ไว้ใจได้อยู่ด้วยในระหว่างที่ทำ ถ้าเกิดรู้สึกผิดปกติขึ้นมาอย่างรุนแรง ( เช่น การปวดท้องมากเป็นเวลานาน, เลือดออกมาก, ไข้, คลื่นใส้, อาเจียน, ท้องเสีย)

การตั้งครรภ์นอกมดลูกคือการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนอกบริเวณมดลูก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นสามารถทำให้ท่อนำไข่แตกได้ ซึ่งจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
การทำอุลตร้าซาวด์จะช่วยวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าคุณใช้RU-486 และ cytotec เพื่อยุติการตั้งครรภ์โดยไมได้ทำอุลตร้าซาวด์ก่อน ก็มีโอกาสที่คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกโดยไม่รู้ตัวได้ ถ้าคุณไม่มีเลือดหรือเนื้อเยื่อออกมาหลังจากใช้ไซโตเทค อาจจะหมายถึงว่าคุณตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้ ถ้าคุณรู้สึกปวดท้องหรือหลังอย่างมากขึ้นมาทันที ถ้าคุณรู้สึกว่าอาจจะเป็นลมหรือเกิดเป็นลม  คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกและท่อนำไข่ได้เกิดการแตกออก คุณควรจะไปโรงพยาบาลในทันที

Please follow and like us:

วิธีใช้ยาทำแท้ง

ขายยาทำแท้ง ยาสอด ยาเหน็บ ไซโตเทค ยาขับประจำเดือน ยาขับเลือด โดยแพทย์หญิงศุภวรรณ โทร.061-6248610

ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำการทำแท้งด้วยตัวเองที่สะดวกและปลอดภัย เราพร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดทั้งก่อนทำและหลังทำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับประกันผลมากกว่า95%

อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ใช้ยาทำแท้ง 2 ชนิดร่วมกัน (อาร์ยู486 และ ไซโตเทค)

วิธีที่ 1 โดยการอม (ใช้ RU-486 1 เม็ด + cytotec 6 เม็ด)

1. กินยาRU-486 1 เม็ด (Mifepristone 200mg) ยานี้จะไปขวางกั้นประสิทธิภาพของโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนที่จำเป็นในการตั้งครรภ์

2. อีก 24 ชั่วโมงต่อมา อม cytoec (Misoprostol)  4 เม็ดใต้ลิ้น และทิ้งไว้อย่างนั้นอย่างน้อย 30 นาที จนกว่ายาจะละลายไปจนหมด ในระหว่างนี้ คุณสามารถกลืนน้ำลายได้ และหลังจาก 30 นาทีไปแล้ว คุณสามารถกลืนส่วนที่เหลือของยาลงไป

3. 4 ชั่วโมงหลังจากใช้ไซโตเทคโดสแรกไปแล้ว อมไซโตเทค อีก 2เม็ดใต้ลิ้นให้ครบ 30 นาที ก่อนกลืนยา

 

วิธีที่ 2 โดยการสอด (ใช้ RU-486 1 เม็ด + cytotec 4 เม็ด )

1. กินยา RU-486 (Mifepristone 200mg) 1 เม็ด

2. อีก 24 ชั่วโมงต่อมา สอด cytotec (Misoprostol)  2 เม็ดทางช่องคลอด โดยสอดยาให้ลึกที่สุด ดันเม็ดยาให้แน่น ตำแหน่งของยาอยู่ใต้ปากมดลูก

3. อีก 12 ชั่วโมง สอดยาไซโตเทคอีก 2 เม็ด

 

cytotec2-1-624x468

 

อายุครร์เกิน 9 สัปดาห์

ใช้ยาสอดทำแท้งไซโตเทค (ไม่ใช้อาร์ยู486) โดยสอดยาทางช่องคลอดครั้งละ 2 เม็ด ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง

ท้อง 3 เดือน ใช้ยาสอด 6 เม็ด

ท้อง 4 เดือน ใช้ยาสอด 8 เม็ด

ท้อง 5 เดือน ใช้ยาสอด 10 เม็ด

ท้อง 6 เดือน ใช้ยาสอด 12 เม็ด

 

สนใจสั่งซื้อโทร.061-6248610

คุุณจะได้รับยาทำแท้งที่ปลอดภัยเพื่อยุติการตั้งครรภ์ส่งถึงบ้าน ทีมแพทย์พร้อมและยินดีให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวขณะใช้ยา และภายหลังการแท้ง

 

ในกรณีท้องไม่เกิน 9 สัปดาห์

24 ชั่วโมงหลังจากกินอาร์ยู486ไปแล้ว การใช้ไซโตเทคทำได้ถึง 3 วิธีคือ อมใต้ลิ้น เหน็บช่องคลอด หรืออมไว้ที่กระพุ้งแก้ม วิธีการเหล่านี้มีผลดีเท่าเทียมกัน แต่ต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น อย่าเปลี่ยนวิธี

แนะนำว่าคุณควรจะใช้วิธีอมใต้ลิ้นดีที่สุด เพราะการอมใต้ลิ้นจะทำให้ไม่เหลือเศษยาไว้เป็นหลักฐานถ้าจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลในภายหลัง การตรวจเลือดก็ไม่สามารถตรวจพบได้ว่าได้ใช้ยาทำแท้ง ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานที่จะบอกได้ว่าคุณพยายามทำแท้งด้วยตนเองมา

ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณพยายามทำแท้งมา บอกไปเลยว่าอยู่ดีๆ เกิดแท้งขึ้นมาเอง (แท้งโดยธรรมชาติ) หมอจะไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้เลย และการรักษาก็ใช้วิธีเดียวกัน การรักษาที่ใช้คือการขูดมดลูก ซึ่งหมอจะนำเอาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในมดลูกออกไป ซึ่งการรักษาคนที่เกิดอาการแท้งนั้น หมอจะรับรักษาในทุกกรณีอยู่แล้ว

 

ประสิทธิภาพของการอมใต้ลิ้น และ การอมไว้ที่กระพุ้งแก้มอยู่ที่ 95% ประสิทธิภาพของการเหน็บยาจะอยู่ที่ 93% ถ้าใช้การอมใต้ลิ้นหรือกระพุ้งแก้มอาจมีอาการคลื่นใส้อาเจียนประมาณ 70% และถ้าใช้วิธีเหน็บจะมีอาการคลื่นใส้อาเจียนน้อยกว่าคือ 62%

ถ้าคุณอยากใช้แบบเหน็บช่องคลอด ควรจะดันยาไซโตเทคเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งถึงที่ใต้ปากมดลูก

ถ้า, ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม หลังจากคุณได้กินRU-486ไปแล้วและตัดสินใจว่าคุณจะไม่ใช้ cytotec ตามสูตรยาเพื่อทำแท้ง อาจจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้

คุณอาจจะแท้งอย่างสมบูรณ์แม้ว่าไม่ได้ใช้ไซโตเทคก็ตาม
คุณอาจจะเกิดการแท้งค้าง ซึ่งหมายถึงว่าตัวอ่อนไม่เติบโตต่อไปแล้ว แต่ส่วนอื่นๆ ของครรภ์ เช่น เลือด เนื้อเยื่อ ไม่ได้ออกจากร่างกายของคุณ ซึ่งจะต้องรักษาโดยใช้วิธีการดูดเพื่อนำส่วนเหล่านี้ออกมา
การตั้งครรภ์ของคุณอาจจะดำรงอยู่ต่อไป ถ้าคุณตัดสินใจว่าคุณต้องการจะยังตั้งครรภ์ต่อในตอนนั้น มีความเป็นไปได้น้อยมากที่อาร์ยู-486จะทำให้เกิดการเติบโตของตัวอ่อนอย่างผิดปกติ

คุณไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณสามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำต่างๆได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้จากการใช้ไซโตเทค จึงควรจะกินแต่น้อย

Please follow and like us: