ขายยาทำแท้ง ยาสอด เพื่อยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

abortionthai เป็นชุมชนของผู้หญิงที่เคยทำแท้ง ต้องการทำแท้ง และ สังคม ซึ่งสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง
abortionthai เป็นหน่วยงานประจำประเทศไทยของ women on web ซึ่งช่วยเหลือผู้หญิงในหลายประเทศทั่วโลกที่จำเป็นต้องทำแท้ง อย่าลังเลที่จะติดต่อเราที่ 061-6248610

เราจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือคุณ และ คุณสามารถเชื่อถือเราได้ !

เราสนับสนุนการเข้าถึงบริการทำแท้งด้วยยาที่ปลอดภัยเพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของผู้หญิง

งานวิจัยของ the British Journal of Obstetrics and Gynaecology (BJOG) สิงหาคม 2551, พบว่า ร้อยละ 6.8 ของผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งด้วยตนเองจำเป็นต้องได้รับการขูดมดลูกซ้ำโดยแพทย์ ซึ่งเป็นอัตราที่เท่ากันกับการทำแท้งโดยแพทย์โดยแพทย์ที่ทำในโรงพยาบาล ดังนั้นการใช้ยาทำแท้งด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับได้และปลอดภัยสำหรับผู้หญิงในประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย

ยาสอดทำแท้งไซโตเทค(cytotec) U.S.A.ราคาเม็ดละ500บาท

cytotec2-1-624x468

ยาสอดทำแท้งไซโตล็อค (cytolog) ราคาเม็ดละ500บาท

cytolog2-1-768x576

ยาทำแท้งแบบกิน RU-486 ราคาเม็ดละ 1,200 บาท

ru2-1-768x576

วิธีใช้ยาทำแท้งสำหรับอายุครรภ์ต่างๆ

ท้อง 1-2 เดือน ทำแท้ง (หรือไม่เกิน 9 สัปดาห์)

ท้อง 2-3 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 6 เม็ด

ท้อง 3-4 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 8 เม็ด

ท้อง 4-5 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 10 เม็ด

ท้อง 5-6 เดือน ทำแท้ง  ใช้ยาสอดไซโตเทคCytotec) 12 เม็ด

 

 

วิธีการสั่งซื้อยา

– โทรสอบถามและรับคำแนะนำในการใช้ยา ได้ที่ 061-6248610

– โอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าแล้วแจ้งยอดการโอน

– จัดส่งสินค้าด้วยระบบไปรษณีย์ ems

 

ยายุติการตั้งครรภ์มีความปลอดภัยสูง เราติดตามผลการใช้ยาและพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชียวชาญ

 

กลุ่มองค์กรสากลที่รณรงค์ให้มีการทำแท้งเสรีแนะนำการใช้ยาทำแท้งอย่างถูกต้อง

กลุ่มองค์กรสากลที่รณรงค์ให้มีการทำแท้งเสรีได้ออกมาแนะนำขั้นตอนการใช้ยาทำแท้งอย่างถูกวิธีเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ไม่พร้อมมีบุตรทั่วโลก

โดยขั้นตอนการใช้จะแบ่งเป็นสองขั้นตอนดังนี้

  • กินยา Ru486 เข้าไปก่อน 1 เม็ด โดยสรรพคุณของยาตัวนี้คือ จะเข้าไปยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในมดลูก มีผลทำให้ผนังมดลูกหลุดลอกตัวได้ง่าย
  • จากนั้น จึงสอดยา Cytotec 4 เม็ด โดยสอดเข้าไปในช่องคลอดครั้งละ 2 เม็ดทุกๆ 12 ชั่วโมง

ภายใน 12 ชั่วโมงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด แสดงให้เห็นถึงการหลุดลอกของผนังมดลูกและขับทารกออกมา หรืออาจจะใช้วิธีอมไว้ใต้ลิ้นเป็นเวลา 30 นาทีจนเม็ดยาละลายหลังผ่านไป30 นาทีให้คายเม็ดยาส่วนที่เหลือทิ้ง

หากเลือดของคุณยังไม่ไหลและคุณยังเหลือยาไมโซโพรสทอลอยู่ให้คุณทำแบบเดิมซ้ำคือสอดไมโซโพรสทอลไว้ใต่ลิ้นอมไว้30 นาทีแล้วคายทิ้งเช่นนี้ทุกๆ3 ชั่วโมงต่อไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะเริ่มมีเลือดไหลได้สูงสุดไม่เกินอีก5 รอบ ทั้งหมด

เราแนะนำให้คุณใช้ยาไมโซโพรสทอลด้วยการสอดยาไว้ให้ลิ้น เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล  เนื่องจากไม่มีการตรวจเลือดใดที่สามารถตรวจพบตัวยาไมโซโพราทอลในร่างกายของคุณได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณพยายามทำแท้งเองด้วยยา

การพิจารณาว่าควรทำแท้งหรือไม่

การทำแท้งคือกระบวนการที่ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

โดยมีทั้งการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ หรือการทำแท้งด้วยการผ่าตัด การตัดสินใจทำแท้งขึ้นอยู่กับอายุของครรภ์ ซึ่งผู้หญิงที่ประสงค์จะทำแท้งส่วนใหญ่มักสามารถเลือกวิธีการจากที่กล่าวไปข้างต้นได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางกรณี ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพก็อาจเป็นผู้ตัดสินใจให้มีการทำแท้งขึ้น

การทำแท้งแตกต่างจากการแท้งบุตรเองตามธรรมชาติ (หรืออุบัติเหตุ) ที่ซึ่งเป็นการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่มีการแทรกแซงโดยตรงจากกระบวนการทางการแพทย์ใด ๆ

ทำไมจึงมีการพิจารณาให้ทำแท้ง?

  • สาเหตุที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจทำแท้งนั้นมีอยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น:
  • เนื่องจากเหตุผลส่วนบุคคล (ทั้งเหตุผลการเป็นอยู่ของคุณหรือบุตรที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือของทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ)
  • เนื่องจากการตั้งครรภ์ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพของคุณ
  • เนื่องจากทารกในครรภ์มีความเสี่ยงเกิดความผิดปรกติที่ร้ายแรงสูง

ควรทำแท้งเมื่อไร?

กฎหมายการอนุญาตให้ทำแท้งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ซึ่งสำหรับประเทศไทย การทำแท้งโดยไม่มีเหตุผลทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของมารดาหรือลูกในครรภ์ หรือไม่ใช่การตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากคุณอยู่ในเกณฑ์ข้อยกเว้นเหล่านี้และต้องการทำแท้งจริง ๆ ควรทำก่อนที่อายุครรภ์จะมีมากกว่า 20 สัปดาห์ แต่กระนั้น การทำแท้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด (เกือบ 98% ซึ่งเป็นข้อมูลจากประเทศสก็อตแลนด์)  มักเกิดขึ้นกับอายุครรภ์ก่อน 20 สัปดาห์

การทำแท้งในช่วงที่อายุครรภ์ยังน้อยจะทำให้กระบวนการง่ายดายและปลอดภัยขึ้นมาก แต่กระนั้นทางผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องทำการพินิจพิจารณาทางเลือกให้ถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจเสียก่อนเพื่อจะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

สำหรับวิธีการนับอายุครรภ์นั้นคือการนับจากวันที่คุณมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ไม่มั่นใจในวันดังกล่าวอยู่ดี ทำให้มีการใช้เทคนิคอัลตราซาวด์เข้ามาตรวจอายุของครรภ์แทน

ทางเลือกของบุคคล

การเลือกตัวเลือกทำแท้งนั้นไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย ก่อนการตัดสินใจ คุณต้องทำการปรึกษาสถานการณ์กับผู้ดูแลด้านสุขภาพ สมาชิกในครอบครัว และคู่สมรสของคุณก่อน (หากมี)

ตัวคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะทำแท้งหรือไม่ และคุณต้องมั่นใจว่าตนเองจะไม่หวนกลับมาเสียใจกับการตัดสินใจของตน

หากคุณเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี คุณสามารถทำแท้งได้โดยไม่ต้องผ่านการยินยอมจากผู้ปกครอง ตราบใดที่แพทย์มีความเห็นว่าการทำแท้งนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อตัวคุณ

แต่กระนั้น ทางแพทย์ก็มองว่าคุณควรไปปรึกษาผู้ปกครองก่อนทำการตัดสินใจใด ๆ ก่อนจะดีที่สุด แต่หากคุณยังยืนกรานต้องการทำแท้ง คุณก็มีสิทธิ์ที่จะทำโดยที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับโดยไม่เกี่ยวข้องอายุของคุณ

ผู้หญิงมักมีการตอบสนองทางอารมณ์ในการทำแท้งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมีความรู้สึกปนเปหลายอย่างได้ หากคุณมีปัญหากับการจัดการความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนี้ คุณควรทำการปรึกษาศูนย์บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำแท้งก่อนการตัดสินใจ

ฉันต้องการทำแท้ง

abortion-pill1-624x409

ฉันต้องการทำแท้ง

ทำแท้งด้วยยาอย่างปลอดภัยเพื่อสุขภาพและชีวิตของคุณเอง !

คุณกำลังตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมหรือเปล่าคะ
เราสามารถช่วยผู้หญิงให้ได้รับยาทำแท้งเพื่อยุติการตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตเพราะการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

บริการจัดหายาทำแท้งที่ปลอดภัย
ในเว็ปไซต์นี้ เรามีแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ซึ่งสามารถสั่งยาทำแท้งให้คุณได้ ถ้าคุณไม่มีอาการที่บ่งชี้ว่าไม่สามารถใช้ยานี้ได้ ยาสำหรับทำแท้ง (อาร์ยู486และไซโตเทค) จะถูกส่งถึงคุณตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ การทำแท้งด้วยยาสามารถทำได้อย่างปลอดภัยที่บ้านของคุณเอง ถ้าคุณมีความเข้าใจดีพอและสามารถไปถึงสถานพยาบาลในกรณีเกิดอาการแทรกซ้อนฉุกเฉินรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก(น้อยกว่า 1%)

แพทย์ของเราสามารถช่วยคุณได้ ถ้าคุณ

1.ตั้งครรภ์น้อยกว่า 9 สัปดาห์

2.ไม่มีโรคประจำตัวรุนแรงใดๆ ไม่เคยแพ้ยาไซโตเทคและอาร์ยู486

3.ตรวจการตั้งครรภ์และอัลตร้าวซาวด์เสียก่อนเพื่อกำหนดอายุครรภ์

4.ไม่พยายามทำแท้งคนเดียว ต้องมีคนอยู่ด้วย อาจเป็นแฟน เพื่อน หรือญาติ ที่รู้เรื่องการทำแท้งและสามารถช่วยเหลือได้ในกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาทำแท้งและการรักษา

abortion

การทำแท้งด้วยยาในระยะ 9 สัปดาห์แรก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก ความเสี่ยงนี้เทียบเท่ากับเมื่อผู้หญิงมีการแท้งโดยธรรมชาติ และหมอสามารถรักษาได้อย่างง่ายๆ ในหนึ่งร้อยคนที่ทำแท้งด้วยยา มีเพียงสองถึงสามคนที่ต้องไปหาหมอ หรือ โรงพยาบาลเพื่อรับการดูแลต่อเนื่อง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และการรักษา :

เลือดออกมาก (เกิดขึ้นในราวร้อยละ 1 ของการทำแท้งด้วยยา)
อาการ : เลือดออกมากเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง(เต็มผ้าอนามัยขนาดแม็กซี่สองแผ่นในหนึ่งชั่วโมงติดต่อกัน 2 ชั่วโมง) อาการมึนงง เวียนหัว อาจเป็นการบ่งบอกว่าเสียเลือดมากเกินไป ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์
การรักษา: การดูดออก (ขูดมดลูก) และมีโอกาสน้อยมาก (น้อยกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์) ที่ต้องให้เลือด
แท้งไม่สมบูรณ์
อาการ : การตกเลือดอย่างหนักหรือต่อเนื่อง หรือ การปวดท้องมากอย่างต่อเนื่อง
รักษา : การดูด (ขูดมดลูก)

ติดเชื้อ
อาการ : มีไข้ (มากกว่า 38 องศาเซลเซียส) เป็นเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง หรือมีไข้มากกว่า 39 องศา เป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อที่ต้องรักษา
การรักษา : ยาปฎิชีวนะ และ/หรือการขูดมดลูก
ถ้ารู้สึกว่ามีอาการแทรกซ้อน ให้รีบไปหาหมอทันที โดยไม่ต้องบอกว่าคุณพยายามทำแท้ง ขอให้บอกไปเลยว่าคุณเกิดแท้งเอง หมอจะต้องมีหน้าที่ช่วยคุณในทุกกรณีที่คนไข้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการแท้ง

การแท้งเอง และ การใช้ยาทำแท้ง จะมีอาการเหมือนกัน และหมอจะสังเกตไม่เห็น หรือตรวจสอบไม่ได้ว่ามีการทำแท้งมา ตราบเท่าที่ไม่พบตัวยา ถ้าคุณใช้วิธีอมไซโตเทคไว้ใต้ลิ้นอย่างที่เราแนะนำ ยาควรจะละลายหมดไปภายในสามชั่วโมง ถ้าคุณเหน็บยา คุณจะต้องเช็คด้วยนิ้วมือก่อนให้แน่ใจว่ายาละลายไปจนหมดแล้ว

น้อยกว่าร้อยละ 1% ของผู้หญิงพบว่าตัวเองยังตั้งครรภ์ต่อไป ซึ่งสามารถรู้ได้ด้วยการตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์หลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ หรืออุลตร้าซาวด์หลังจากผ่านไป 10 วัน ถ้าการทำแท้งด้วยยาไม่สำเร็จ แนะนำให้ทำแท้งด้วยยาซ้ำอีกครั้ง หรือ ทำแท้งโดยใช้เครื่องมือ

การติดเชื้อหลังการทำแท้งด้วยยาเกิดขึ้นได้น้อยมาก ถ้าคุณรู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ไข้สูงนานกว่า 24 ชั่วโมง มีอาการปวดท้อง ถ้าท้องของคุณรู้สึกเจ็บ หรือ กดแล้วนุ่ม หรือถ้าคุณตกเลือดเป็นจำนวนมากเป็นเวลานาน หรือถ้าคุณมีน้ำออกจากช่องคลอดที่มีกลิ่นเหม็น คุณอาจจะมีการติดเชื้อ ควรไปพบแพทย์ทันที การติดเชื้อต้องรักษาด้วยยาปฎิชีวนะ

ไข้ที่เกิดหลังจากใช้ไซโตเทคและดำรงอยู่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และต่ำกว่า 38 ºC เป็นอาการข้างเคียงตามปกติ แต่ถ้าไข้นานกว่า 24 ชั่วโมง ควรพบแพทย์

การทำแท้งด้วยยาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อการทำแท้งด้วยเครื่องมือเป็นสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพของผู้หญิง  ความเสี่ยงของการติดเชื้อเมื่อผู้หญิงคลอดบุตรยังมีมากกว่าเมื่อใช้ยาทำแท้ง

หลังทำแท้ง

afterabortion

ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ก็ไม่จำเป็นต้องอุลตร้าซาวด์หลังจากทำแท้งด้วยยา
การทำอุลตร้าซาวด์ทำให้รู้ว่าการตั้งครรภ์ยุติลงแล้วจริงหรือไม่ หรือตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์แต่ต้องทำในช่วงหลัง 3-4 สัปดาห์หลังจากใช้ยา เพราะถ้าทดสอบก่อน 3 สัปดาห์ อาจจะให้ผลที่ผิดพลาดได้ (คือแสดงผลว่าคุณยังท้องอยู่) เพราะในร่างกายของคุณยังมีฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์อยู่ในร่างกาย

การทำแท้งด้วยยา ก็เหมือนกับการแท้งโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา ร่างกายอาจจะใช้เวลามากหลายสัปดาห์ในการขับเนื้อเยื่อและส่วนประกอบต่างๆออกจากมดลูกจนหมด ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก สามารถอุลตร้าซาวด์ดูได้ในระยะ 10 วันหลังจากกินยาทำแท้งไปแล้วเพื่อยืนยันว่าการตั้งครรภ์ได้ยุติลงแล้วจริงๆ

และถึงแม้ว่าการตั้งครรภ์ได้ยุติลงแล้วจริงๆ ผู้หญิงหลายคนมีประสบการณ์ว่ายังมีเนื้อเยื่อและเลือดตกค้างอยู่ภายในมดลูกเป็นเวลาหลายสัปดาหื ถ้าไม่มีอาการที่แสดงว่ามีอาการแทรกซ้อน เช่น ปวดท้อง เป็นไข้ เลือดออกมาก หรือมีของเหลวมีกลิ่นออกจากช่องคลอด ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยอีก (เช่นการขูด หรือ ดูด)

หลังจากใช้ยาทำแท้ง ผู้หญิงสามารถท้องและมีบุตรได้ตามปกติ

การทำแท้งด้วยยาไม่มีผลต่อความสามารถในการมีลูกอีกในอนาคต  ถ้าไม่ต้องการจะท้องอีก ต้องเริ่มใช้การคุมกำเนิดทันทีก่อนการมีเพศสัมพันธ์

 

หลังทำแท้งแล้วอีกหลายสัปดาห์กว่าเมนส์จะมา แต่เราสามารถท้องได้ทันทีหลังทำแท้ง เพราะไข่จะตกเวลาไหนก็ได้ ทำให้ท้องได้  ถ้าไม่อยากท้องอีกต้องคุมกำเนิดทันที

ให้ใช้ถุงยาง หรือ วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นๆ ทันทีหลังจากใช้ยาแล้ว

สามารถใส่ห่วงได้ในระยะ 4-14 วันหลังจากแท้งแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังมีเลือดออกกระปริปกระปรอยก็ตาม หรือจะรอไปใส่ห่วงหลังจากมีเมนส์ครั้งต่อไปก็ได้ แต่ในระหว่างนี้ก็ต้องคุมกำเนิดแบบอื่นๆ ถ้าไม่อยากเสี่ยงต่อการท้องไม่พร้อมอีก

คุณสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมได้โดย:

งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาด
ใช้วิธีคุมกำเนิดแบบต่างๆ
ถ้าคุณยังมีเพศสัมพันธ์อยู่และไม่ต้องการตั้งท้อง ควรคุมกำเนิดเสมอ

 

การแท้งไม่สมบูรณ์คืออะไร

incomplete

การแท้งไม่สมบูรณ์คือการแท้งที่สำเร็จเพียงบางส่วน การตั้งครรภ์ได้ยุติลงแล้ว ตัวอ่อนไม่พัฒนาต่อไป แต่ร่างกายได้ขับเพียงบางส่วนของเนื้อเยื่อและส่วนประกอบต่างๆของครรภ์ ถ้ามีเลือดออกเป็นเวลานาน ตกเลือดมาก (มากกว่าเวลามีเมนส์ทั่วไป) ปวดภายในท้องที่ไม่หายไป ไข้ การมีเลือดออกหลังจากสามสัปดาห์ หรือปวดเมื่อกดท้อง อาการเหล่านี้อาจแสดงว่าการแท้งไม่สมบูรณ์ คุณต้องไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้งให้สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพราะเนื้อเยื่อและเลือดที่ยังอยู่ในร่างกายจะทำให้เลือดออกอย่างหนักหรือติดเชื้อได้
ไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลว่าคุณพยายามทำแท้งด้วยตนเอง อาจจะบอกว่าคุณแท้งเองโดยธรรมชาติ ไม่มีการตรวจใดๆ ที่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิงได้ใช้ยาทำแท้ง  การรักษาอาการแท้งที่ไม่สมบูรณ์อาจใช้วิธีการดูด หรือ การขูดมดลูก คลีนิคใดๆ ที่สามารถรักษาอาการแทรกซ้อนของการแท้งธรรมชาติได้ก็จะสามารถช่วยผู้หญิงที่เกิดแท้งไม่สมบูรณ์ได้เช่นกัน เพราะอาการเหมือนกันทุกประการ

การแท้งไม่สมบูรณ์หลังการทำแท้งด้วยยาสามารถเกิดได้มากน้อยเพียงใด

อายุครรภ์ อัตราการแท้งไม่สมบูรณ์
 0-11 สัปดาห์ 1.6%
 11-12 สัปดาห์ 2.6%
 12-13 สัปดาห์ 3.4%

 

การแท้งที่สมบูรณ์เป็นอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไร?

abortioncomplete

การแท้งที่สมบูรณ์หมายถึงการที่ร่างกายได้ขับส่วนต่างๆของครรภ์ (เลือด, เนื้อเยื่อ, ตัวอ่อน) ออกไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องมืออีก (เช่น การดูด) ทางเดียวที่จะรู้ได้ว่าเราแท้งอย่างสมบูรณ์แล้วคือการทำอุลตร้าซาวด์ 10 วันหลังจากใช้ยาแล้ว รวมถึงไม่ควรมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เลือดออกเป็นเวลานาน หรือมีไข้ คุณจะมีเลือดออกต่อไปอีกในระยะเวลาประมาณ 1-3 อาทิตย์

 

ผู้หญิงที่ทำแท้งด้วยยาอย่างสมบูรณ์จะมีเลือดออกทางช่องคลอด จำนวนวันที่ผู้หญิงจะมีเลือดออกแตกต่างไปในแต่ละการศึกษา แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้หญิงจะมีเลือดออกอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์
ผู้หญิงอีกหลายๆคนอาจจะรู้ตัวว่าการแท้งได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว แนะนำว่าควรจะทำอุลตร้าซาวด์เพื่อให้มั่นใจว่าการทำแท้งเสร็จสมบูรณ์แล้วจริงๆ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมักจะสามารถบอกได้ว่าตนเกิดการแท้งอย่างสมบูรณ์หรือไม่โดยไม่ต้องทำอุลตร้าซาวด์ หรือรับการตรวจจากหมอ แต่ผู้หญิงไม่อาจมั่นใจได้อย่างชัดเจนว่าได้แท้งแล้วจริงๆ นอกจากได้ตรวจหรือทำอุลตร้าซาวด์ ซึ่งควรจะทำในระยะ 10 วันหลังจากใช้ยาทำแท้ง เนื่องจากร้อยละ 80 ของการทำแท้งจะสมบูรณ์หลังจาก 5 วันผ่านไป อุลตร้าซาวด์จะทำให้มั่นใจได้ว่าเนื้อเยื่อและส่วนต่างๆของครรภ์ได้ออกจากร่างกายของผู้หญิงไปจนหมดแล้ว

ผู้หญิงที่มีการแท้งอย่างสมบูรณ์ไม่ควรมีอาการของการแท้งไม่สมบูรณ์ เช่น ปวดท้องมาก เลือดออกมากเป็นเวลานาน หรือ มีใข้

 

อาการหลังการใช้ยาทำแท้ง

used

เมื่อกินยาอาร์ยู-486 มักจะไม่มีอาการใดๆแต่ผู้หญิงบางคนอาจจะมีเลือดออกกระปริบกระปรอยหรือคลื่นไส้
หลังจากใช้ cytotec จะมีเลือดออก และปวดท้อง ปกติเลือดจะออกภายในสี่ชั่วโมงแรกของการใช้ยา แต่บางคนก็หลังจากนั้น
สำหรับผู้หญิงบางคน การมีเลือดออก และปวดท้อง รวมถึงอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดหัว มึนงง หรือร้อนวูบวาบ หรืออาการไข้อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานหลังจากใช้ไซโตเทค
การมีเลือดออกมักจะเป็นอาการแรกที่แสดงให้เห็นว่าการแท้งเกิดขึ้นแล้ว(ปากมดลูกเปิด) ถ้าการแท้งดำเนินต่อไป อาการเลือดออก และปวดท้องจะมากขึ้นเรื่อยๆ เลือดมักจะออกมากกว่าการมีเมนส์ตามปกติ และอาจจะเป็นลิ่ม ยิ่งอายุครรภ์นานมากเท่าใด การปวดท้อง และเลือดที่ออกก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไป เมื่อการแท้งเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เลือดจะออกน้อยลง อาการปวดท้องจะหายไป ช่วงของการแท้งสามารถสังเกตได้จากช่วงที่เลือดออกมาก และ ปวดมากที่สุด
โดยทั่วไป เลือดจะออกในปริมาณไม่มากไปอีกประมาณหนึ่งถึงสามอาทิตย์หลังการแท้ง ระยะเวลานี้อาจแตกต่างกัน เมนส์จะกลับมาเป็นปกติอีกหลังจาก สี่ ถึงหกอาทิตย์

โดยทั่วไปเลือดจะออกมากประมาณ 2-5 ชั่วโมงหลังจากใช้ไซโตเทคและจะน้อยลงภายใน 24 ชั่วโมง อาการปวดท้องมาก และ เลือดออกมาก จะคงอยู่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีเลือดออกมากถึง 48 ชั่วโมง และอาจจะมีก้อนเลือดออกมาหลังจากใช้ยาแล้วเป็นวัน หรือ เป็นสัปดาห์ ซึ่งนี่เป็นอาการปกติ และไม่เป็นอันตราย สัญญาณอันตรายคือ ถ้ามีเลือดออกมากขนาดถึงขนาดเต็มแผ่นผ้าอนามัยแบบปกติ ถึง 2 แผ่นใน 1 ชั่วโมง และเกิดขึ้นติดต่อกัน 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ถ้าไม่ได้มีเลือดออกมากถึงขนาดนี้ โดยทั่วไปร่างกายของเราจะใช้เวลาในการค่อยๆขับสิ่งที่อยู่ในมดลูกออกไป และร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนก็แตกต่างกัน

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเห็นเลือดและเนื้อเยื่อในผ้าอนามัย หรือในโถส้วม ตัวอ่อน (ที่ตัวเล็กจิ๋ว) จะออกมากับเลือดเหล่านี้โดยที่เราอาจสังเกตไม่เห็น อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ที่จะเห็นตัวอ่อน (ที่เล็กจิ๋ว) นี้ได้ ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ถุงน้ำคร่ำเล็กๆ และเนื้อเยื่อรอบๆ อาจจะมองเห็นได้ เช่น ถ้าคุณท้องประมาณห้าหรือหกสัปดาห์ คุณจะสังเกตไม่เห็นอะไรเลย ในช่วงสัปดาห์ที่เก้า คุณอาจจะเห็นถุงน้ำคร่ำเล็กๆ และคุณอาจจะเห็นตัวอ่อนด้วย ในครรภ์ที่มีอายุประมาณ 8-9 สัปดาห์ ตัวอ่อนจะมีขนาดประมาณ 2.5 ซม.
ทางที่ดีที่สุดคือการราดน้ำทิ้งไป หรือห่อในผ้าอนามัยแล้วทิ้งไป

การใช้ยาทำแท้งมักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น อาการปวด รวมถึงการมีเลือดออก เลือดเป็นลิ่ม หรือมีเนื้อเยื่อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ร้อนวูบวาบ หรือเป็นไข้
อาการไข้จะเกิดขึ้นหลังจากใช้ไซโตเทคได้ไม่นาน และ อาจจะดำรงอยู่ในระยะ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น ไข้ที่ต่ำกว่า 100.4 F/ 38 C ถือว่าเป็นอาการข้างเคียงที่ปกติ
อาการแพ้ยาอาจทำให้เกิดลมพิษ (บวมคันที่ผิวหนัง)

 

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเกิดอาการปวดท้อง ในระหว่างที่ทำแท้งด้วยยา โดยเฉพาะหลังจากใช้ cytotec โดยมักจะปวดท้องมากกว่าปวดท้องเมนส์ตามปกติเล็กน้อย สามารถกินยาแก้ปวดได้ เช่น paracetamol
ผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือ ท้องเสีย  อาการข้างเคียงเหล่านี้มักจะหายไปเองและไม่จำเป็นต้องรักษา  อาการปวดหัว มึนงงน้อยๆ อาการไข้ และ ร้อนวูบวาบ ก็จะหายไปเอง

 

ท้องไม่พร้อม กลุ้มใจ ช่วยที

women1

ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์และประจำเดือนไม่มา มีอาการคลื่นใส้ คัดหน้าอก หรืออ่อนเพลียล้วนเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ การทำอุลตร้าซาวด์ หรือการตรวจการตั้งครรภ์เป็นวิธีที่จะรู้ได้ว่าเราท้องหรือไม่
คุณสามารถเริ่มการตรวจการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เมนส์ไม่มาและวันต่อๆมา ก่อนหน้าวันที่ประจำเดือนขาด ระดับของฮอร์โมนที่ถูกผลิตเนื่องจากการตั้งครรภ์จะต่ำเกินกว่าที่จะแสดงผลในการตรวจสอบและคุณอาจจะได้รับ “ผลที่ผิดพลาด”
การทำอุลตร้าซาวด์ แพทย์จะสามารถบอกอายุครรภ์ได้อย่างชัดเจน
ผู้หญิงยังสามารถคำนวณอายุครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยจะต้องรู้ว่าเมนส์ครั้งสุดท้ายของตนเองมาวันแรกเมื่อไหร่ ให้นับวันนั้นเป็นวันแรกจนมาถึงปัจจุบัน

คุณสามารถใช้ยาทำแท้งอย่างปลอดภัยจนถึงอายุครรภ์ 9 สัปดาห์

การทำแท้งด้วยยาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก (บางครั้งก็กำหนดว่าอายุครรภ์ต้องไม่เกินเจ็ดสัปดาห์ ในขณะที่บางทีกำหนดว่าไม่เกินเก้าสัปดาห์) ในปัจจุบันนี้ยอมรับว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพภายในช่วงสามเดือนแรก (12 สัปดาห์) และสามารถใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จในช่วงอายุครรภ์ไม่เกินหกเดือน

การใช้ยา RU-486 และ cytotec ร่วมกันมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ สามารถเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงในการทำแท้งในช่วง 9-13 สัปดาห์ และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพนอกเหนือจากการทำแท้งโดยใช้เครื่องมือแพทย์

การทำแท้งในช่วง 9 สัปดาห์แรก สถานพยาบาลเบื้องต้นสามารถจ่ายยาให้คนไข้ได้ และ ผู้หญิงสามารถใช้ยานี้ที่บ้านหรือในสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การทำแท้งด้วยยาหลัง 9 สัปดาห์ถึง 6 เดือนสามารถทำได้ในสถานพยาบาลหรือ โรงพยาบาลเนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ถ้าคุณตั้งครรภ์เกินกว่า 9 สัปดาห์ และยังคงจะใช้ยาเพื่อทำแท้ง ยาก็ยังจะทำงาน และนำไปสู่การแท้ง แต่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น และทำให้คุณมีโอกาสต้องไปพบแพทย์มากขึ้นในภายหลัง หลังได้รับยาอาการที่เกิดขึ้นจะเหมือนการแท้งโดยธรรมชาติ ถ้าคุณต้องการการดูแลโดยแพทย์ฉุกเฉิน คุณควรที่จะบอกหมอว่าคุณแท้งเองโดยธรรมชาติ เพราะผู้หญิงจะมีความผิดในกรณีที่ทำแท้ง อาการและการรักษาจะเหมือนกันทุกประการ
คุณจะเสียเลือด และ มีเนื้อเยื่อออกมาจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวอ่อน (ซึ่งขนาดจะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์)  การทำแท้งด้วยยาถือว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัยมากกว่าวิธีการที่เป็นอันตรายอื่น ๆ เช่น ใช้ของมีคมใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ การกลืนกินสารเคมีอันตราย  หรือการต่อยท้อง ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นอันตรายที่ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง !

ระยะเวลาการตั้งครรภ์ อัตราของผู้หญิงที่จำเป็นต้องรับการดูแลจากแพทย์ต่อ
0- 49 วัน (0-7 สัปดาห์) 2 %
40-63 วัน (7-9 สัปดาห์) 2.5%
64-70 วัน (9-10 สัปดาห์) 2.7%
71-77 วัน(10-11 สัปดาห์) 3.3%
77-84 วัน (11-12 สัปดาห์) 5.1%
85-91 วัน (12-13 สัปดาห์) 8%

คุณไม่ควรใช้ยาทำแท้งเมื่อ

– มีคนบังคับคุณให้ยุติการตั้งครรภ์
– วันแรกของการมีเมนส์ครั้งสุดท้าย นับถึงปัจจุบัน นานกว่า 9 สัปดาห์
– แพ้ยาไมเฟพริสโตน, ไมโซพรอสทอล หรือ โพรสตาแกลนดิน
– มีโรคดังต่อไปนี้ : ภาวะเลือดออกผิดปกติ, โลหิตจางแบบรุนแรง หอบหืดอย่างรุนแรง
– ใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งจะต้องถอดออกก่อนใช้ยานี้
– ตั้งครรภ์นอกมดลูก
– คุณไม่สามารถไปถึงโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
– คุณอยู่คนเดียว, คุณควรจะขอให้ เพื่อน หรือคนที่คุณไว้ใจอยู่ด้วยกันกับคุณเมื่อคุณใช้ยานี้

 

ขอแนะนำให้อยู่กับคนที่ไว้ใจในขณะที่คุณใช้ยา อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเลือกที่จะอยู่คนเดียวในขณะที่ใช้ยาเพื่อทำแท้ง  ควรให้แน่ใจว่าคุณอยู่ใกล้โทรศัพท์ หรือสามารถติดต่อหมอได้ แต่จะดีกว่าถ้ามีคนที่ไว้ใจได้อยู่ด้วยในระหว่างที่ทำ ถ้าเกิดรู้สึกผิดปกติขึ้นมาอย่างรุนแรง ( เช่น การปวดท้องมากเป็นเวลานาน, เลือดออกมาก, ไข้, คลื่นใส้, อาเจียน, ท้องเสีย)

การตั้งครรภ์นอกมดลูกคือการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนอกบริเวณมดลูก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นสามารถทำให้ท่อนำไข่แตกได้ ซึ่งจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
การทำอุลตร้าซาวด์จะช่วยวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าคุณใช้RU-486 และ cytotec เพื่อยุติการตั้งครรภ์โดยไมได้ทำอุลตร้าซาวด์ก่อน ก็มีโอกาสที่คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกโดยไม่รู้ตัวได้ ถ้าคุณไม่มีเลือดหรือเนื้อเยื่อออกมาหลังจากใช้ไซโตเทค อาจจะหมายถึงว่าคุณตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้ ถ้าคุณรู้สึกปวดท้องหรือหลังอย่างมากขึ้นมาทันที ถ้าคุณรู้สึกว่าอาจจะเป็นลมหรือเกิดเป็นลม  คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูกและท่อนำไข่ได้เกิดการแตกออก คุณควรจะไปโรงพยาบาลในทันที